Assignment Final

 

พร้อมแล้วค่ะ ASSIGNMENT WHITE CEMENT : )

จิ้มๆ

ASSIGNMENT NINLAPAT

 

ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้แนะนำ ให้ข้อมูล ให้งานนี้สำเร็จด้วยดีนะคะ

 

Advertisements

Project 2 Stu 2

Project สุดท้ายของเทอม Reprograming NU Library ตรวจแบบกับ อาจารย์อ้น : ) 

 

ตรวจแบบครั้งแรก อาจารย์ถามว่า คิดอะไรกันบ้างกับโปรเจคนี้ ใครคิดว่ามันสนุกกว่าโปรเจคที่แล้วบ้าง ? ซึ่งเรายกมือขึ้นอย่างมั่นใจ ฮ่าๆ ทุกคนก็เริ่มพูดหอสมุดในความคิดตัวเองให้อาจารย์ฟัง จากนั้นก็เริ่มพูดถึงแบบที่ทำมาค่ะ 

พรีเซนต์ครั้งแรก

 

case study ที่เราวิเคราะห์น่าสนใจมาก แต่มันไม่ใช่หอสมุด มันเป็นอาคารเรียนรวมของ ม.กรุงเทพ แต่มีการใช้เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีหลากหลายแนวคิดเค้าง่ายๆ แต่เจ๋งมาก

concept ของเราใครครั้งนี้คิดอยู่นาน คือ INSIDE OUTSITE ค่ะ อธิบายให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะเราคงตีความบางอย่างผิดๆ อาจารย์คิดว่า เราอยากจะทำเป็นแบบออกไปอ่านข้างนอก ซึ่งมันจะมีปัญหากับการดูแลความปลอดภัยของหนังสือ แต่เราไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น คืออยาก มี space ที่คล้ายกับการได้ออกไปข้างนอก แต่ยังอยู่ข้างใน และยังปลอดภัยอยู่ค่ะ

 

การวิเคราะห์ Site ของทุกคนจะคล้ายกันหมด แต่ของเรามีเรื่องของแสงเหนือ เพิ่มมาค่ะ อาจารย์โอ๋เคยบอกไว้ว่ามันเป็นแสงที่ดีที่สุด เราจึงนำมันมาวิเคราะห์ในครั้งนี้ด้วย และมีการคิดเรื่องการวาง mass บ้าง ว่ามีความเหมาะสมที่จะวางยังไง

 

ตรวจแบบต่อมาก็คิดเรื่อง  zoning โดยตัตเป็น mass มา อาจจะเห็นอะไรมากกว่าการเขียน อาจารย์สอนให้คิดงานจากรูปตัด ซึ่งปกติไม่ค่อยจะทำกัน

ครั้งนี้ก็ทำ concept ให้กระจ่างมากขึ้น อาจารย์ก็ช่วยแนะนำ ต่อยอด ว่าควรจะไปทางไหน ค่ะ จากนั้นก็พูด zoning ให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ก็ให้เอาของเราเป็นตัวอย่าง ว่าประมาณนี้นะ แต่ก็ยังมีส่วนผิดบ้าง ส่วนใครอยากจะเพิ่มอะไรก็ได้ 

เป็น mass ตัวแรก ที่ได้พัฒนาไปจนถึงจูรี่ ภูมิใจมาก ปกติตอนปีสองจะล้มแบบบ่อยมากตอนโปรเจคโฮมออฟฟิศ ตอนนั้นยังสับสันอยู่ หาทางออกไม่เจอ ดีที่มีอาจารย์เกทช่วยไว้ ฮ่าๆๆๆ ๆ

หน้าตาคนทำก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ^^

 

กลุ่มเราค่อนข้างมีปัญหากับการคิด area ค่ะ อาจารย์ก็สอนทุกอย่าง เปิด data อธิบายวิธีการคิด ซึ่งทุกคนเข้าใจกันมาแบบผิดๆตลอด อย่างไม่เข้าใจเรื่องระยะห่างระหว่างตู้หนังสือ อาจารย์ก็ให้ยืนวัดความกว้างของไหล่กันเดี๋ยวนั้น : ) สนุกสนาน 

จนเริ่มมาถึงแปลนแล้วค่ะ ฝ่าฟันกันไป ของครั้งแรกก็มีทางเข้าหลายทางไป ควบคุมความปลอดภัยยาก ยังไม่ค่อยตาม concept เท่าไหร่ ก็ปรับๆแก้ๆกันไป

เวลาผ่านไปแปปๆก็ Pin Up ค่ะ เราตรวจกับอาจารย์นอ อาจารย์โอ๋ ทำไปทุกอย่าง แต่อาจารย์บอกว่า ครั้งนี้เหมือนเอาความคิดมาคุยกันก่อน ให้เอา concept มาจูนกัน : ) เน้นๆเลย แต่อีกห้องรู้สึกจะเน้น function กันไปแล้ว ดีใจที่ตรวจห้องนี้ ^^

section ตัดไปแบบให้เห็น space ค่ะ ไม่ได้เน้นโครงสร้างอะไร : )

พรีเซนต์ไปก็ได้รับคำแนะนำมาอาจารย์ดีมากเลยค่ะ ทำให้พอนึกภาพอะไรหลายๆอย่างออก อาจารย์ชอบรูปตัดที่ทำไปในชาร์ต concept ว่าอยากให้มันเป็นแบบนี้ น่ารักดีนะ อาจารย์พูดเรื่องการใช้ plane ใช้ step และ shock space ทำให้เราได้ๆไอเดียใหม่ๆเพิ่มกว่าเดิมมาก อาจารย์โอ๋ก็แนะนำให้ไปอ่านหนังสือของอาจารย์เลอสม และอีกหลายๆเล่มค่ะ ซึ้งขอบคุณมากค่ะ การอ่านหนังสือทำให้คิดอะไรได้เยอะมากๆ มีคำพูดในการพรีเซนต์มากขึ้น เหมือนเรียบเรียงความคิดได้ดีขึ้น

ตัวนี้เป็นแมสตอน Pin Up ค่ะ อาจารย์บอกว่า แมสมันยังดูกระจายๆไป ตบๆเข้ามาหน่อย ปรับทิศทางการวางให้สัมพันธ์กับ site และ landscape หลายคนไม่ได้นึกถึงเรื่องแลนกันสักเท่าไหร่ เพราะเคยทำแต่ site เล็กๆกัน แต่เราก็คิดไปนะคะ แต่ก็ยังไม่ชัดเจน

จากนั้นก็กลับไปตรวจแบบ เราก็ปรับแปลนให้มีคามน่าสนใจมากขึ้น โดยการใส่ step ของพื้นที่ และ เชื่อมต่อโดย ramp ค่ะ คนพิการจะสามารถเข้ามาใช้ได้ ตอนแรกจะไม่มีทั้ง ramp และ lift จนได้ไปตรวจแบบกับอาจารย์นอ อาจารย์บอกว่าต้องมีไม่งั้นคนพิการจะไม่สามารถเข้ามาใช้งานได้ เราก็ปรับๆกันไป

จนมาถึง mass ตัวสุดท้ายซึ่งตัดหลังจากเขียนแปลนไว้แล้ว แต่ต้องเขียนแปลนใหม่ทั้งหมด เพราะตัด mass ดูละก็ปรับนั่น เพิ่มนี่ ดึงๆปะๆ ทำให้มันค่อยข้างจะเยินไปหน่อย ออกมาไม่เหมือนในแปลน : ) ก็ได้ mass เป็นที่น่าพอใจสำหรับเราค่ะ ทำแต่ละก้อนมห้มันไม่เท่ากัน มีส่วนทางเชื่อมสายตา และส่วนที่เชื่อมกันจริงๆ ผ่านการใช้งานค่ะ

สิ่งที่อาจารย์อ้นแนะนำเป็นครั้งสุดท้ายคือ ช่องเปิดน่าจะเป็นช่องๆนะ จะดูเข้ากัน mass และ หลังคาอาจจะไม่เปน slap ทั้งหมด ลองดูบางก้อน ถ้าใส่ดีๆ ก็สวยได้นะ พื้นที่ที่ให้คนเข้ามาใช้เราทำเป็น roof garden ซึ่งอาจารย์ก็บอกว่าทำได้ แต่ควรจะมีระแนงด้วย บังสายตาและแดด และดู approach ด้วย อาจเป็นเส้นเฉียงก็ได้

 

เวลาของการทำจูรี่ผ่านไปกับช่วงเวลา Thesisi พี่ปี 5 ที่ต้องขะมักเขม่นไปช่วยกันตัดโมเดลจนแขนจะขาด พี่อาร์มโอเคของหนู จบแล้วว

 

 

และแล้ววันระทึกก็มาถึง ช่วงเวลาปล่อยของของแต่ละคน ฮ่าๆ เว่อไปมั้ย ^^

ทุกคนก็อวดฝีมือการพรีเซนต์กันอย่างไม่น้อยหน้า สวยๆทั้งนั้น ตรงข้ามกับหน้าตาและร่างกายที่บ่งบอกว่า ไม่ไหวแล้ว คืนนี้ขอนอนให้หมอนขาด ประมาณนนั้นเลยทีเดียว โมเดลจูรี่เราภูมิใจกับ landscape มาก เพราะอาจารย์อ้นไม่เคยเห็น ทำไปแบบมั่น หนูจะเฉียงทางนี้ เส้นเเรงมาก ก็ตอนแรกเป็นเส้นตรงอาจารย์บอกมันะรรมดาไป ฮ่าๆ หนูจัดเฉียงเต็มๆ : )  

 

การ present ครั้งนี้ สนุกเหมือนทุกๆครั้งค่ะ ได้รับคำชมจากอาจารย์ก็ทำให้หน้าบานๆกันไป : )

คำติก็จะนำไปปรับปรุงกันต่อไป  คอมเมนต์อาจารย์เล็ก ถามเรื่อง ลิฟต์ ว่าใช้ระบบ อะไร ? นั้นไง มาเต็ม เพิ่งใส่ไปครั้งสุดท้ายของการตรวจแบบ ไม่รู้รายละเอียดเลยค่า ฮ่าๆๆ ๆ คราวหน้าหนูตอบได้แล้วค่ะว่ามี 2 ระบบ ส่วนอาจารย์นอถ่ายรูปกับหัวเราะ ไม่รู้ว่าขำเรา หรือ งานเรา กันแน่ จนบัดนี้ก็ไม่รู้ 555  อาจารย์โอ๋เดินมาดูโมเดลมาจับเส้น approach บอกว่า เส้นนี้แรงมากค่ะ ^^ อาจารย์อ้นเป็นคนที่คอมมเนต์เยอะสุด ฝ่าฟันกันในกลุ่มยังไม่พอ ต่อกันด้วย๋ JURY ค่ะ : )

ภูมิใจไปมั้ย ยิ้มกว้างเชียวนะ แต่ก็ภูมิใจจริงๆค่ะ : )  สีขาวของ land คือหญ้ามันหมด ไม่ได้ตั้งใจจะเว้นขาว แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรค่ะ

^^ บรรยากาศๆ

 

 

เย่ ผ่านไปด้วยดีกับ project design จริงๆแล้วเราชอบความรู้สึกวันจูรี่นะคะ คือมันแบบ งานเสร็จแล้ว จากที่เหน็ดเหนื่อยกับการตรวจแบบ และเตรียมจูรี่ แม้จะตื่นเต้นกะคอมเมนต์กับการพรีเซนท์ก็ไม่เท่าไหร่ พอพรีเซนท์เสร็จอยากกรี๊ด เสร็จละโว้ย ไรแบบเนี๊ย พอกลับไปคือสลบ! เลยค่ะ : )

 

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมให้งานชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์ได้ขนาดนี้จริงๆค่ะ : )

 

SKD

 

ช่วงระยะเวลาการตรวจแบบ มีงาน SKD 2 ชิ้น

ชิ้นแรกเปนงานของอาจารย์อ้น : ) ให้ออกแบบชั้นลอยที่มีความสูง ไม่เกิน 8 เมตร และทำอย่างไรก็ได้ให้พื้นที่มีความน่าสนใจที่สุด ดึงดูด ผู้คนให้เข้ามานั่งทำงาน อ่านหนังสือ ค่ะ ตอนแรกก็ งงๆ กับ โจทย์ ก็นั่งตีความกันกับเพื่อนๆ ถามอาจารย์อ้นด้วย : )

คิดไว้ตั้งแต่แรกว่า เราอยากทำเป็นชั้นลอยที่เหลื่อมๆกันดูค่ะ น่าจะมีความน่าสนใจดี โดย concept คือ จุด เส้น ระนาบ นำมาเชื่อมโยงกับ คำว่า เรียนและเล่น ออกแบบพื้นที่ให้ดูสนุกสนาน เหลื่อมกัน มี space ที่ทับซ้อน เชื่อมต่อ มองเห็นกันได้

ส่งเลทอีกครับพี่น้อง T T

ปาดโคปิก ( ของผึ้ง ) แบบรีบเร่งมาก ฮ่าๆสีแรงไปป้ะ : ))) )

ใช้โต๊ะตัวยาวสำหรับพื้นที่นั่งทำการบ้าน เพราะเราคิดว่า คนมาคนเดียว จะนั้งโต๊ะขนาดสำหรับหลายคนจะเปลืองพื้นที่กว่า นั่งรวมในโต๊ะยาวเพราะใช้แค่ 1 ที่นั่งค่ะ และใช้ เก้าอี้ฟูกกลมสำหรับบริเวณอ่านหนังสืออย่างผ่านคลาย เพราะส่วนชั้นลอยเป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างชั้น  1 กับ 2 จึงเป็นบริเวณที่พลุกพล่านอยู่แล้ว พื้นที่ตรงนี้จึงมีความเป็นกันเองสูง

 

 

ชิ้นที่สอง เป็น SKD ห้องน้ำสาธารณะ ค่ะ ของ อ.เล็ก

ออกแบบห้องน้ำจำนวนห้องตามที่อาจารย์ระบุมา และห้องน้ำคนพิการ ชิ้นนี้ทำส่งวันเดียวกัน อาจารย์บอกว่า เวลาไปทำงานจริงต้องทำให้ไว คิดแล้วลงมือสเกตเลย เป็นการฝึกฝนไปในตัว

ลงมือทำกันจนหมดวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว ค้นคว้าจากหนังสือในหอสมุดเกี่ยวกับห้องน้ำคนพิการค่ะ ก็ได้แบบที่ถูกต้องมา เสร็จทันเวลาไปส่งเป็นกลุ่มแรกเลยค่ะ ได้บีมาเพราะ อาจารย์บอกว่า นะจะอธิบายคอนเสปมาด้วย

 

SKD จานด่วน : )

 

Project 1 Stu 2

โปรเจคนี้พวกเราได้รับมอบหมายให้ออกแบบ APARTMENT กันค่ะ เราได้อยู่กลุ่ม อ.เล็ก  เราตื่นเต้นมากเพราะเป็นโปรเจคของเทอมสองที่อาจารย์ดูเหมือนจะเฮี๊ยบขึ้นจากเทอมต้น ซึ่งเราตรวจกับ อ.เกท น่ารักมาก ใจดี : ) และความยากของการออกแบบก็เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

concept ในการออกแบบครั้งนี้คือ ความ      โปร่ง | แสง     ธรรมชาติ  ซึ่งก็ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

การตรวจแบบครั้งแรกๆ ทุกคนในกลุ่มก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกค่ะ พอตรวจมาเรื่อยๆ กลุ่มเราเน้นงานระบบ,ที่จอดรถเป็นพิเศษ รวมไปถึงราคาอีกด้วย อาจารย์มักพูดว่า คุณทำขนาดนี้มันเปลืองนะ เจ้าของอพาร์ตเมนต์เค้าจะยอมคุณหรอ? ให้เราได้เก็บไปคิดกันค่ะ : )

การตรวจแบบก็เริ่มจากการหา case study เหมือนทุกครั้ง แต่ละคนจะเลือกที่ตัวเองชอบมานำเสนอให้อาจารย์ฟัง รวมทั้งวิเคราะห์เนื้องานด้วยค่ะ ของเราอาจารย์ก็อธิบายว่า ที่เราศึกษากันเนี่ย เราได้อะไรจากมันบ้าง ? ดูวิธีการวาง ทิศทาง function type ห้อง facade ทุกๆอย่าง รวมๆแล้วก็เริ่มได้แนวทางของแต่ละคนไปค่ะ จากนั้นก็เริ่มคิด area ทุกๆคนจะได้จำนวนห้องออกมาต่างๆกันไป บางคนเยอะบางคนน้อย ส่วนของเรา ตอนแรกพยามอัดห้องไปเยอะทีเดียว อาจารย์บอกว่า คุณคิดว่า จำนวนห้องเยอะแล้วคุณจะได้คะแนนเยอะมันไม่ใช่นะมันต้องพอดี เหมาะสมกับทุกๆอย่าง ถึงจะเรียกว่าการออกแบบ

จากที่ area และชนิดห้องเริ่มลงตัว ก็ได้ MASS  ตัวแรกของเราค่ะ ปุๆปะๆ เพราะอาจารย์บอกว่า ไม่ต้องเนี๊ยบ เอาเศษกระดาษ หรืออะไรก็ได้มาตัด : ) เข้าทางเราเลยค่ะ อาจารย์บอกว่า ปรับเป็นตัวแอลไปเลยก็ได้นะ มันดูขาดๆเกินๆอยู่ และที่สำคัญไม่ได้คำนึงถึงที่จอดรถจึงทำให้เกิดอาการนี้ขึ้น

หนูมันแย่ หนูแพ้ที่จอดรถ ค่ะ

จากนั้นทุกคนก็เริ่มใส่ใจกับที่จอดรถมากขึ้นค่ะ แบบเราก็เริ่มพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงตัว Pin Up

เป็นตัวแอลอย่างสมบูรณ์แบบ 

อาจารย์อ้น และอาจารย์โอ๋ เป็นคนตรวจในครั้งนี้ค่ะ ได้รับคอมเมนต์ว่า เป็นคนที่จัด function ดี แต่ควรจะมีจุดเด่นของงาน และดูทิศทางการวาง mass บน site ด้วย ปรับหลังคา เพราะแบบนี้น้ำจะรั่วได้ง่าย : )

ท่าทางร่าเริงกะพินอัพนะเรา ><

หลังจากนั้นเราก็นำคอมเมนต์อาจารย์ทุกท่านมาปรับปรุง หาจุดเด่นคือ เพิ่มก้อนบันไดโปร่งแสงตรงกลาง หลังคา skylight ด้านในปลูกต้นไม้ได้ และปรับหลังคาไม่ให้มันมาชนกันค่ะ ปรับระยะเสาให้พอดี สามารถจอดรถได้ลงตัวกับจำนวนห้อง ได้แมสออกมาหน้าตาแบบนี้

 

ต่อมาเริ่มคิด facade ให้เข้ากับตัวอาคารค่ะ โดยในตอนแรกจะใช้อะลูมิเนียมทั้งหมด แต่อาจารย์บอกว่ามันจะสะท้อน ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ไม้ค่ะ เน้นความเรียบง่ายในตอนแรก แต่มาปรับเป็นเส้นสอบเข้า สอบออก ตามทิศทางของแดดค่ะ

การตรวจแบบฝ่าฟันกันมาใช้เวลาเพียงพริบตา ก็เดินทางมาถึงเวลาใกล้ jury แล้วค่ะ : )

ตรวจแบบครั้งสุดท้ายอาจารย์ก็ดูให้ทุกเรื่องค่ะ ยังคงเน้นย้ำเรื่องของงานระบบอยู่ พวกช่องชาร์ป ที่วางแอร์ ทุกๆอย่าง และเรื่อง landscape ด้วยค่ะ

มาถึงการจูรี่ค่ะ ตัดโมเดลเลือดสาด บาดนิ้วเจ็บมาก ทำให้งานล่าช้า ไม่สามารถตัด facade เป็นระแนงได้ จึงใช้เป็นแผ่นๆเอา แต่งานในเพลทที่พรีเซนต์ครบถ้วนด้วยดีค่ะ อาจารย์โอ๋ชมว่างานดี รูปด้านสวย แต่ต้องตัดโมเดลให้เสร็จด้วยจะดีนะ อาจารย์เล็กบอกว่าดี แต่ดีเทลผิดนิดหน่อย บางอันไม่ต้องขยายมาก็ได้ : ) อาจารย์นอบอกว่า facade น่าจะมีเส้นตั้งเส้นนอนบ้าง ตามทิศทางของแดด อาจารย์อ้นไม่อยู่

ผ่านไปด้วยดี ฝากบาดแผลเป็นที่ระลึกอีกต่างหาก : ) คืนนั้นก็สลบไปตามๆกัน

Pre Assignment

 

 

 

เรียบร้อยค่ะกับฉบับร่าง : )

กดโหลดได้เลยนะคะ พร้อมแล้ว !

 

PRE ASSIGNMENT

 

ยังไงก็รอ comment นะคะอาจารย์

 

 

 

Waiting

 

 

ขณะนี้ เราอยู่ในระหว่างการรวมรวมหลักฐานเพื่อทำคดี Assignment ค่ะ :’)

 

INSEE Contest 2009

วันนี้จะมาเล่าที่ไปประกวดแบบมาน๊ะ:  )) ยาวสุดโต่ง

  • เริ่มแรก เราผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ทีมละ 3 คน ได้ไป workshop ที่ พัทยา ก่อนอื่นต้องไปรวมกันที่บริษัทในกรุงเทพก่อน ใส่เสื้ออินทรี สีแดง แรงงง ง  เจอกลุ่มจากมออื่น ทั้ง 9 กลุ่ม ทั้งค่ายมีผู้หญิง 4 คน นอกนั้นผู้ชายหมดเลย โออ อ : ) เดินทางโดยรถบัส พี่สตาฟยังหนุ่มๆทั้งนั้นเลยล่ะ เหมือนเป็นรุ่นเดียวกันกะพวกเราๆ เฮๆกันทั้งรถ จับพวกเราเล่นเกมชิงรางวัลกันมากมายตลอดทาง

 

ตอนไปถึง เช้าตรู่ๆ

 

  • ทางทีมงาน แบ่งกลุ่มเราแยกจากเพื่อนๆกลุ่มเดียวกันอีก เราซวยแล้วว ว : ((  รู้สึกแบบ แย่ เลยทีนี้ เราโดนจับไปอยู่กลุ่ม 2 ตอนแรกไม่รู้จักใครเลย อยากกลับมอมากๆ ไม่เอาแล้วว ( แค่นี้ก็กลัวแล้วอ๊ะ ๕๕ ) พอไปถึงก็แยกกันเลย กลุ่มเรามี พี่เอฟ จุฬาปี 5 เป็นหัวหน้า , พี่บอย ลาดกระบังปี 4  , พี่พีต้า ศิลปากรปี 4 , พี่บอส จุฬาปี 3 , พี่นอง ลาดกระบังปี 3 และก็เรา ปี 2 น้องเล็ก ๕๕๕ ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มอีก โอยยย ย จะบ้า ..  จากนั้นก็วอคแรลลี่ตามกลุ่ม เล่นเกมส์ฮาๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เกมส์ผาดโผนเราก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเล๊ยย ย เพราะเป็นผู้หญิง จะได้อยู่ตรงกลางเสมอ ๕๕   พี่ๆในกลุ่มน่ารัก ใจดี แต่ละคนอย่างเทพ  บอกว่าเรามาไกลจัง พี่ๆเค้าไม่รู้จักมอเรา มันก็แน่อยู่แล้วล่ะน๊า เราก็เพิ่งรู้จักตอนแอดมิชชั่น ๕๕๕ แต่นี่ไง เรามาทำให้พี่ๆเริ่มรู้จักแล้ว เย่ๆ ๆๆ

  • ตอนบ่ายก็เข้ากลุ่มทำงานที่ต้องใช้ความคิดแบบที่เราเรียนๆกันแล้ว เป็นการออกแบบตึกของบริษัทปูนอินทรี พอเค้าระดมช่วยกันในกลุ่ม แต่ละคนต้องแสดงความคิดออกมา ทุกคนคนเก่งมาก ซูฮกๆ ๆ เราได้รู้วิธีคิดของแต่ละคน แต่ละมอ พี่ๆที่โตๆก็จะครีเอทเยอะหน่อย เราก็เกร็งๆแต่ก็พูดไปตามที่คิดๆไว้ ระหว่างที่ทุกคนกำลังสเกตความคิดกันอยู่นั้น เราก็พูด “เอ่ออ อ  กินขนมนะคะ ” ^^ ละก็ยื่นมือไปหยิบขนมที่เค้าแจกแต่ละกลุ่ม พี่ๆก็หัวเราะครืนน น เอ๊า ตลกอะไรเราเนี่ย ๕๕ จากนั้นทุกคนก็เริ่มกินกัน ถ้าเราไม่เปิดก็คงไม่มีใครกิน เย่ เสียดายๆ กร๊ากก จากกิจกรรมนี้เราได้เรียนรู้อะไรจากพี่ๆเยอะมากๆ เป็นจุดที่ประทับใจเน้นๆ : ) อยากให้ทุกคนเจอประสบการณ์ดีๆแบบนี้เหมือนเรานะ ทุกคนช่วยกันทำเพลท โมเดล สนุกมาก อุปกรณ์จากทีมงานเยอะมาก ทั้งขนม น้ำ ตากล้อง พี่สตาฟ สนุก เราได้ทำโม ลงสีตีฟกะพี่นองอย่างฮาๆ ถึงเวลานำเสนอแล้ว แต่ละกลุ่มพูดเก่งสุดยอด : ))) )  ผ่านพ้นกันไป

 

บรรยากาศในปาร์ตี้ๆ

  • ตอนกลางคืนต้องมาปาร์ตี้และประกวดร้องเพลงของแต่ละมอ เฮ่อออ  นึกว่าพี่สตาฟพูดเล่น กลุ่มเราจับฉลากได้กลุ่มแรกเลย T^T ให้มันได้อย่างงี้ดิ๊ ก้อร้องๆกันไป พี่เป็นคนร้อง เรากะเก๋เป็นแด๊นเซอร์ กรรมการบอกว่า เสียงนักร้องเพี้ยนมาก แต่ได้คะแนนความน่ารักจากแด๊นเซอร์ทั้งสองคนไป กร๊ากกก

พี่ๆศิลปากรกำลังจะโชว์ล่ะ : )

  • เสร็จจากปาร์ตี้ เรากะเก๋ก็ไปเดินเล่นกัน เพราะที่รีสอร์ทสวยมาก พี่ๆมออื่นก็กินเหล้ากันไปตามประสาคณะเราอ่ะเนอะ ขนาดมานี่ยังไม่เว้น รวมตังกันให้พี่สตาฟไปซื้อข้างนอก โหวว ว พยายามจัด  เราแอบเห็นสระน้ำหลังที่พักน่าเล่นมากก กะจะแอบไปกระโดดตู้มๆ ถามพี่สตาฟก็ใจดี รู้ว่าเค้าปิดแล้วไม่ให้ไปเล่นแต่ก็ส่งซิกบอกเราว่าไปได้ ดูแลตัวเองดีๆน๊ะ ยิ้มมม ม ^^ ได้เล่นน้ำแล้ววว ว รีบไปเปลี่ยนชุดเลยทีเดียว วิ่งลงมาเจอพี่ๆศิลปากรเป็นหมู่คณะ ถามเราว่าจะไปไหนกันสาวๆ เราก็อกว่า ไปเล่นน้ำ พี่ไปป๊าวว แต่ก็โดนแกล้ง พี่บอกว่า มีผีนะ ผีม้าอ่ะ ระวัง บลาๆ ๆ ๆ ไอเราก็ อ่าวว กลัว ไม่กล้าไปกันเลยทีเดียว  

ลานแสดงม้าตรงกลางที่พัก ทุกห้องออกมาจะดูได้เลย

  • รีสอร์ทชื่อ Horseshoe Point สวยมาก เป็นรีสอร์ทที่มีเกี่ยวกับม้าๆ ๆโดยเฉพาะ สวยมากกกกกกก ชีวิตนี้คงไม่ได้ไปพักเองอะไรแบบนี้ ๕๕
  • อาหารแต่ละมื้อ รสชาติล้ำเลิศ จริงๆ เยอะไม่ไหวจะกิน

 

10 house bangkok

  •  วันต่อมาเราได้ฟังบรรยายจากอาจารย์ ปัทมา คนที่ทำ 10 house ล่ะ ที่อาจารย์เกทเคยเอามาเลคเชอร์ไง : ) ได้ความรู้ในแบบฉบับอาจารย์เค้ามาเลย ที่ฮาๆคือตอนฟัง มออื่นก็หลับแบบที่เราเป็นๆกันอ่ะ ๕๕ ขนาดมีคนพิเศษขนาดนี้มาบรรยายนะ ยังหลับบบบ บ เราก็ง่วงนะ แต่แข็งใจไว้ ฮึบบบ บ พอบรรยายจบก็พูดสเนองานของแต่ละกลุ่ม กับปัญหาที่มีในงาน ก็มีวิศวกรนั่นก็คือพวกพี่ๆสตาฟทั้งหลายมาดูให้ จะได้นำไปพัฒนากันต่อ สู้ตาย

 

  • เป็นค่ายที่สนุกสนานมาก พี่ๆทุกคนน่ารักมากๆ ประทับใจ : ))))

 

 

  • เราประกวดจริงๆก็ตื่นเต้นมากพรีเซนต์แบบนอนสคริป ได้รางวัลชมเชยมา ได้คุยกะพี่ๆอีกหลายๆคนและยังโดนแกล้งมากมายๆ สนุกๆ

เราจะไม่ลืม YOUNG CREATIVE INSEE CONTEST 2009 ทุกคน

เวิ่นเว้อหลังจบงาน ๕๕

ทุกอย่างในบริษัทจะเป็นสีแดง สวยมาก : D

สุดท้าย พี่ๆกลุ่มนี้ได้ที่สอง โดนพวกเราบังคับไปเลี้ยงหนังเรื่อง 2012 soundtrack ที่สยามล่ะ ๕๕